ไม่ถึงจุดสุดยอด…ทำยังไงดี

30 12 2009
ไม่ถึงจุดสุดยอด…ทำยังไงดี
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 พฤศจิกายน 2552 13:29 น.
Q : ถ้าเราไม่ถึงจุดสุดยอด ควรจะคุยกับสามีไหมคะ แต่จริงๆ แล้ว การถึงจุดสุดยอดก็ไม่ได้สำคัญสำหรับเราเท่าไหร่ แต่เราควรจะพูดเรื่องนี้ไหม หรือไม่พูดดีกว่า บางทีก็อยากบอกให้เขารู้ แต่ก็กลัวเขาจะกังวลใจแล้วทำให้เรื่องบนเตียงดูแย่ไปเลย

A : นพ.อานนท์ เรืองอุตมานันท์ สูติแพทย์ รพ.มงกุฎวัฒนะ เป็นผู้มาตอบคำถามนี้ค่ะ

“จะว่าไปแล้วการที่ผู้หญิงไม่สามารถถึงจุดสุดยอดได้ หรือถึงจุดสุดยอดได้ยาก ก็เป็นความผิดปกติที่พบได้บ่อยมากๆ กว่า 10% ของผู้หญิงโดยทั่วไปไม่เคยถึงจุดสุดยอดมาก่อนเลยทั้งชีวิต นอกจากนั้นยังพบว่า ผู้หญิงเกือบครึ่งก็ถึงจุดสุดยอดบ้างไม่ถึงบ้าง เห็นมั้ยล่ะใครๆ ก็เป็นกันเยอะแยะ เพียงแต่ไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังนั่นเอง

ผู้หญิงที่ไม่เคยถึงจุดสุดยอดส่วนใหญ่แล้วก็ไม่ได้มีอะไรทางร่างกายผิดปกติไปจากคนอื่นเลยครับ สาเหตุที่พบได้บ่อยๆ ก็คือ ปัจจัยทางจิตใจและปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างคู่สมรส ทัศนคติที่ไม่ดีต่อการมีเพศสัมพันธ์ ไม่อยากมีเพศสัมพันธ์ หรือขาดอารมณ์ร่วมทางเพศ เท่าที่เจอมาก็ไม่เคยตรวจพบความผิดปกติใดๆ เลย มดลูก รังไข่ก็มีเหมือนกัน ช่องคลอดอะไรต่ออะไรก็ไม่เห็นจะแตกต่างกับคนอื่น

ผู้หญิงที่มีอาการนี้ก็มักจะเล่าอาการเริ่มต้นที่เหมือนๆ กันแทบไม่มีผิดเลยว่า เวลามีเพศสัมพันธ์แล้วไม่มีน้ำหล่อลื่น อย่างนี้ก็รู้เลยล่ะครับว่าตัวเองนั้นไม่ได้มีอารมณ์ร่วมทางเพศเลย ไม่มีความต้องการเกิดขึ้นในอารมณ์ มีเพศสัมพันธ์ก็ทำไปตามหน้าที่อย่างนั้นแหละจะได้เสร็จๆ กันไป และก็ไม่เคยถึงจุดสุดยอดด้วยเหมือนกัน บางรายก็อาจจะเกิดอาการเข้ากันไม่ได้ทางอารมณ์

ผู้หญิงส่วนมากแล้วก็จะชอบอะไรที่มันนุ่มนวลโรแมนติก เล้าโลมภายนอกซะให้ฉ่ำหัวใจก่อน พออารมณ์ได้ที่แล้วถึงจะรุกล้ำอธิปไตยกันทีหลัง แต่ผู้ชายหลายคนชอบใจร้อน เอาแต่ตัวเองไม่ค่อยสนใจผู้หญิง มาถึงก็ปล่อยจรวดเข้าเป้าเลยโดยที่อารมณ์ของผู้หญิงยังไปไม่ถึงไหนเลย น้ำหล่อลื่นโดยธรรมชาติก็เลยยังไม่ออก พอใส่เข้าไปก็เลยเจ็บ ยิ่งเจ็บก็ยิ่งหมดอารมณ์ ยิ่งหมดอารมณ์ก็ยิ่งไม่มีน้ำหล่อลื่น ยิ่งไม่มีน้ำหล่อลื่นก็ยิ่งเจ็บ สุดท้ายตอนจบก็ถึงจุดสุดยอดไปแค่คนเดียว

ก่อนอื่นก็ต้องแก้ไขทัศนคติในเรื่องอย่างว่าให้ดีก่อน การมีเพศสัมพันธ์ไม่ใช่หน้าที่ ไม่ต้องจำทนฝืนใจ เราอยากทำเพราะว่ามีความสุข เพราะเรามีความต้องการทางเพศ ปล่อยอารมณ์ของตัวเองออกมาให้เต็มที่ได้เลย ไม่ต้องมามัวอายกันหรอกครับ

แต่ที่สำคัญก็ต้องสร้างความรู้สึก ความรัก ความผูกพันซึ่งกันและกันไว้ให้ดีก่อน เมื่อมีอะไรกันกับคนที่เรารัก เป้าหมายก็ไม่ได้เพียงเพื่อให้ตัวเองไปถึงจุดสุดยอดเท่านั้น แต่ต่างคนต่างก็พยายามทำให้คนที่เรารักไปถึงจุดหมายปลายทางให้ได้ ถ้าเรายังไปไม่ถึงไหน ก็ลองใช้มารยาหญิงบ้างสิครับ ทำตัวเป็นลูกแมวน้อยออดอ้อนให้เขารู้ว่าเรายังไม่ถึงเลยนะ ช่วยๆ จัดการให้เรียบร้อยที

เรื่องอย่างว่าของคู่ที่ดีก็ต้องคอยดูอาการซึ่งกันและกันตลอด ไม่ไช่ต่างคนต่างทำ เสร็จแล้วก็ต่างคนต่างนอน ตอนเสร็จสิ้นภารกิจแล้วก็ต้องนอนกอดก่ายถ่ายทอดความรู้สึกกันบ้าง บอกเลยว่า มีความสุขที่สุดเลย …ชอบตรงนี้ที่สุดเลย …ถึงจุดสุดยอดไปแปดรอบ เป็นยังไงก็บอกกัน ถ้าไม่ถึงก็ยิ่งต้องบอกให้รู้กันบ้างว่าไม่ถึงนะ ขอต่ออีกหน่อยได้หรือเปล่า ช่วยทำให้หน่อยได้หรือเปล่า ไม่ต้องอายหรอกครับ

หรือผู้หญิงที่เคยแต่นอนเฉยๆ ให้สามีทำให้มันเสร็จๆ ไป ก็คงต้องเปลี่ยนบทบาทตัวเองบ้างแล้ว ลองให้สามีนอนเฉยๆ ขอฉันทำเองบ้าง ลองสักครั้งที่ไม่ต้องคิดถึงใคร ทำอย่างที่ตัวเองอยากทำ ควบคุมจังหวะต่างๆ ด้วยตัวเอง อย่าลืมใส่จินตนาการของเราไปเยอะๆ นะ จุดสุดยอดก็คงไม่น่าอยู่ไกลเกินไขว่คว้าหรอกครับ”

อบคุณ ! ข้อมูลจาก Modern Mom

มี Netbook Review สำหรับคนชอบ Netbook





วิธีชะลอวัยไม่ให้ผิวหย่อนคล้อย

28 12 2009
วิธีชะลอวัยไม่ให้ผิวหย่อนคล้อย
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
ผิวของคนเราจะมีการเปลี่ยนแปลง เมื่ออายุมากขึ้นเนื้อเยื่อคอลลาเจนและอิลาสตินที่เคยพยุงผิวไว้ ก็เสื่อมสลายและมีจำนวนลดลง ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่นและตึงกระชับ เป็นสาเหตุของผิวหย่อนคล้อย แก้มห้อย คางย้อย สัญญาณอันตรายที่ฟ้องวัยว่าแก่แล้ว…

อย่าเพิ่งกรี๊ด!! ความหย่อนคล้อยของผิวเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นตามวัย แต่วิทยาการด้านการแพทย์สมัยใหม่ช่วยชะลอวัยได้ โดยเรายังไม่ต้องไปพึ่งมีดหมอให้ผ่าตัดดึงหน้าแต่อย่างใด

เมื่อเร็ว ๆ นี้หมอได้มีโอกาสไปสัมมนากับแพทย์ผิวหนังทั่วโลกที่สหรัฐฯเพื่ออัพเดทเกี่ยวกับเรื่องเทอร์มาจ ปรากฏว่าตอนนี้เทรนใหม่ล่าสุดที่ใช้ยกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัดนั้น เดี๋ยวนี้เขาใช้คลื่นวิทยุระบบสั่นสะเทือน ลิขสิทธิ์ของเทอร์มาจ สหรัฐอเมริกา

เทคโนโลยีใหม่นี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าของวิทยาการยกกระชับผิว ทั้งนี้เพราะความหย่อนคล้อยของผิวหนังนั้น อย่างที่บอกไปแล้วว่าเกิดจากความเสื่อมของคอลลาเจนและอิลาสติน ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้จะยึดโยงกันอยู่ใต้ผิวหนังชั้นล่างๆ ลึกประมาณ 3-5 มิลลิเมตร แต่เลเซอร์โดยทั่วๆ ไป ไม่สามารถยิงไปได้ถึงระดับลึกขนาดนั้น เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายกับผิวชั้นนอกหรือเนื้อเยื่อข้างเคียงได้

แต่คลื่นวิทยุระบบสั่นสะเทือนแบบใหม่ของเทอร์มาจ สามารถส่งพลังงานลงไปใต้ผิวลึกๆ ได้ โดยผิวชั้นบนไม่เป็นอันตราย และคนไข้ไม่เจ็บ แต่จะรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่ฝรั่งบรรยายไว้ว่า เหมือนกำลังนวดหน้าด้วยหินร้อน หรือ hot stone massage ซึ่งไม่รู้ว่าจะเทียบได้กับลูกประคบแบบไทยๆ หรือไม่

การทำให้ผิวรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนนี้ เป็นเทคนิคที่หมอหรือผู้คิดค้นเทคโนโลยีตั้งใจจะล่อหลอกประสาทที่รับรู้ความรู้สึก เหมือนนักฟุตบอลสับขาหลอกคู่ต่อสู้ แกล้งเลี้ยงๆ บอลด้วยเท้าขวา เผลออีกทียิงตูมด้วยเท้าซ้ายเข้าประตูไปซะแล้ว

แต่เทคโนโลยีนี้เขาจะหลอกเจ้าเส้นประสาทของเราซึ่งมีอยู่ 2 ส่วน ส่วนที่รับรู้ความรู้สึกที่ไม่เจ็บจะเป็นเส้นประสาทใหญ่ซึ่งไวกว่า เมื่อมีแรงสั่นสะเทือนเกิดขึ้นที่ผิวหน้า ประสาทจะส่งสัญญาณไปบอกสมองว่า ผิวกำลังสั่นอยู่นะ พอเจ้าประสาทอีกส่วนหนึ่งจะมาบอกว่าร้อนนะ เจ็บนะ ก็ช้าไปซะแล้ว สมองรับการสื่อสารได้น้อยลง ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บ

ดังนั้นการทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนขณะที่ส่งพลังงานคลื่นวิทยุลงไปใต้ผิว จึงช่วยเบี่ยงเบนความรู้สึกของคนไข้ ทำให้รู้สึกเจ็บน้อยลงมาก ขณะที่ผลลัพธ์มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะพอคนไข้ไม่เจ็บ หมอก็สามารถส่งพลังงานลงไปใต้ผิวได้เยอะขึ้น

ถามว่าการส่งพลังงานลงไปใต้ผิวเยอะๆ แล้วดียังไง

ดีตรงที่ผลของการยกกระชับ จะเห็นได้ชัดเจนกว่า

เพราะการยกกระชับผิวหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดนั้น ทำได้ด้วยหลักการที่ว่า ถ้าเรากระตุ้นให้เกิดความร้อน ประมาณ 40 องศาเซลเซียส ที่ความลึกใต้ผิวในระดับชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นที่อยู่ของคอลลาเจนและอิลาสติน จะทำให้คอลลาเจนและอิลาสติน และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันเซปตัม (Fibrous Septum) ที่ช่วยพยุงผิวให้ติดกับกล้ามเนื้อ หดตัวกระชับขึ้น ทำให้ผิวหนังหดกระชับและยกขึ้นทันที

วิธีการทำให้เกิดความร้อนระดับนี้ ทำได้โดยการใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบขั้วเดี่ยว ที่หัวเครื่องมือจะควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ ทำให้สามารถส่งพลังงานเป็นกลุ่มเป็นก้อนลงไปในชั้นผิวลึกๆ ได้พลังงานนี้จะไปเปลี่ยนเป็นความร้อนในระดับที่ต้องการคือ ไม่เกิน 40 องศาเซลเซียส ซึ่งความร้อนนี้จะไปทำปฏิกิริยากับคอลลาเจน โดยนอกจากจะทำให้คอลลาเจนหดตัวแล้ว ความร้อนนี้ยังไปช่วยกระตุ้นให้คอลลาเจนสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่เรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อแทนที่คอลลาเจนเดิมที่หดตัวไป ทำให้เส้นใยต่างๆ ในชั้นหนังแท้มีการกระจายตัวเป็นระเบียบมากขึ้น โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น ผิวจึงยืดหยุ่นและตึงกระชับมากขึ้นเรื่อยๆ

เทคโนโลยีคลื่นวิทยุระบบสั่นสะเทือนแบบใหม่นี้ จึงมีข้อดีตรงที่ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ให้กลับมาฟิตแอนด์เฟิร์มได้ภายในครั้งเดียว โดยการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลา 2-6 เดือน และผลจะอยู่นานราว 1-2 ปี แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสภาพและการดูแลผิวของแต่ละคนด้วย

ส่วนข้อเสียก็คือ ค่าใช้จ่ายค่อนข้างจะสูงอยู่ซักหน่อย เพราะยังเป็นเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งคงเหมาะกับคนที่กระเป๋าหนักและพร้อมที่จะจ่ายเงินเพื่อความงาม ส่วนคนที่ยังใจไม่ถึงหรือเงินไม่ถึงก็ลองหาวิธีอื่นที่ยังมีอีกมากมายให้เลือกสวยได้สมฐานะ

หมายเหตุ : ท่านใดที่มีข้อสงสัยเรื่องเกี่ยวกับผิวหน้า หรือการใช้เครื่องมือทางการแพทย์เกี่ยวกับผิวหนัง สามารถฝากคำถามใน comment มาได้ค่ะ  หมอจะได้นำมาตอบในครั้งต่อไป

พญ. ฐานิสร ธรรมลิขิตกุล
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางโรคผิวหนัง รมย์รวินท์คลินิก

มี Netbook Review สำหรับคนชอบ Netbook





สวยได้ง่ายๆ ด้วยผลไม้ไทยๆ

26 12 2009

ผลไม้นอกจากจะทำให้อร่อยแล้วยังทำให้เราสวยได้ด้วย
      สวยสวยง่ายๆ ด้วยมือเราในบทที่ผ่านมาได้เสมอ เคล็ดลับสาวหน้าใสไปแล้ว สำหรับตอนนี้เราจะมารู้จักวิธีเพิ่มความสวยให้ตัวเองละคนที่เรารัก ด้วยการลดริ้วรอยแบบง่ายๆ ด้วยผลไม้ที่เราคุ้นเคยกันดี อย่างแอปเปิ้ล แตงกวา มะเขือเทศ กล้วยหอม กันดีกว่าค่ะ แล้วคุณจะรู้ว่าคุณเองก็เพิ่มความสวยให้ตัวเองได้ด้วย เคล็ดลับที่ไม่ลับอีกต่อไป
      ก่อนอื่นเรามาดุกันก่อนดีกว่า ว่าสูตรริ้วรอยสูตรนี้มีอะไรเป็นส่วนผสมบ้าง

      1.แอปเปิ้ล
      2.กล้วยหอม
      3.แตงกวา
      4.มะเขือเทศ
      (เลือกผลไม้ที่เราชอบมาอย่างใดอย่างหนึ่งนะค่ะ ใช้ปริมาณ 1 ถ้วย) ส่วนวิธีทำ เป็นวิธีง่ายๆ มาดูกันเลยดีกว่าว่าเป็นอย่างไร
      เริ่มต้นด้วยการนำผลไม้ดังกล่าวมาปอกเปลือกและเอาเมล็ดออกและนำไปปั่นให้เนื้อละเอียด จากนั้นนำเนื้อผลไม้ที่เตรียมไว้ มาพอกให้ทั่วหน้า ทิ้วไว้ 15 นาที แล้วล้างออก และล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นอีกครั้ง แค่นี้ก็จะทำให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม เกลี้ยงเกลา แลดูสดใส อ่อนกว่าวัยแล้วละค่ะ
      เห็นไหมค่ะเคล็ดลับของการลดริ้วรอยของเรา ไม่ยากเลยใช่ไหมจะรอช้าอยู่ทำไมค่ะ รับลงมือทำกันเลย เพราะริ้วรอยไม่เคยรอวันเวลายิ่งปล่อยเวลาให้ผ่านไปริ้วรอยก็จะมาเยือนคุณเร็วขึ้น
      เคล็ดลับดีๆ ของเรายังไม่หมดเพียงแค่นี้นะค่ะ เรายังมีเคล็ดลับดีดี ที่น่าสนใจอีกเพียบ แถมเป็นเคล็ดลับที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองมาฝากกันอีก ซึ่งสำหรับสาวท่านใดที่กำลังกังวลเรื่องรูขุมขนกว้าง ตอนต่อไปไม่ควรพลาดค่ะ เพราะเราจะมีเคล็ดลับในการกระชับรูขุมขนมาฝากไม่ควรพลาดค่ะ ตอนต่อไปเจอกันแน่นอน

 

บทความอ้างอิง ขอบคุณ อ้วน.com

มี Netbook Review สำหรับคนชอบ Netbook

 





ยืดเวลาให้ริ้วรอยมาเยือนให้ช้าลง

24 12 2009

ผิวกระชับ-ชะลอริ้วรอย ปรับสภาพผิวแห้ง
      ร้อยทั้งร้อยทุกคนกลัวควมแก่ด้วยกันทั้งนั้น แต่ก็ไม่สามารถปฎิเสธธรรมชาติแห่งการบ่งชี้ถึงความแก่ ฉะนั้นอะไรก็ตามก็ตามที่จะช่วยห่างไกลริ้วรอยของวัย หรือกลบเกลื่อนได้ มักจะมีคนแห่มาให้ความสนใจ
      แม้จะต้องเจ็บตัวและเสียเงินมากเพียงใดก็ตาม ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว เราสามารถซื้อเวลาหรือชะลอริ้วรอยที่ไม่พึงปรารถนาให้ช้าลงได้
      วิธีหลีกหนีริ้วรอยและปัญหาผิวพรรณ เช่น ฝ้า กระ จุดด่างดำ รวมถึงสภาพผิวที่แห้งกร้านนั้น ไม่ได้ทำยากอย่างที่คิด ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจผิวหนังกันก่อนว่า ผิวหนังประกอบด้วยชั้นไขมัน ชั้นหนังแท้ และชั้นหนังกำพร้า โดยในหนังแท้นั้นมีคอลาเจน และอิลาสติน เป็นตัวช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น แต่เมื่ออายุ 30 ปีขึ้นไป ร่างกายเริ่มสูญเสียคอลลาเจน ดังนั้นการที่จะทำให้ร่างกายสูญเีสียคอลลาเจนให้ช้าที่สุดคือหัวใจสำคัญค่ะ มาดูเคล็ดลับกันเลย
      รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักและผลไม้ ซึ่งอุดมด้วยวิตามินและสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็นต่อผิวนอกจากนี้ ควรเลี่ยงอาหารที่มีไขมัีนสูงหรือวหวานจัีด ผลการวิจัยชี้ว่าการบริโภคน้ำตาลในปริมาณที่สูงเกินไป จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับคอลลาเจนในชั้นผิว
      ดื่นน้ำสะอาดอย่่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญของร่างกายและเซลล์ผิว นอกจากน้ำจะช่วยคงความชุ่มชื่นให้กับผิวแล้ว ยังช่วยขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายได้อีกด้วย
      นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8-9 ชั่วโมง เพื่อทั้งร่างกายและจิตใจจะได้พักผ่อนเต็มที่
      ควรล้างหน้าให้สะอาด หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่มีฤทธิ์เป็นด่าง เพราะจะทำให้ผิวแห้ง หลังล้างหน้าอย่าลืมทามอยส์เจอไรเซอร์เพื่อรักษาความชุ่มชื่นของผิว
      อย่าริสูบบุหรี่ หรือถ้าสูบอยู่แล้วก็ควรเลิก เพราะบุหรี่จะขัดขวางไม่ให้ออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ผิวหนังได้เต็มที่ทำให้ผิวหนังเสื่อมสภาพเร็วขึ้นและก่อให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยมากกว่าคนทั่วไป
      หลีกเลีี่ยงแสงแดดแผดกล้า โดยเฉพาะในช่วงเวลา 10 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น เพราะเป็นช่วงที่มีปริมาณรังสียูวีเข้มข้นและเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อผิว และควรทาครีมกันแดดเป็นประจำ
      เลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ ซึ่งส่งผลให้ผิวแห้งจะเกิดริ้วรอยก่อนวัย และควรเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา โกโก้ ช็อกโกแลต และเครื่องดื่มรสโคล่าัทั้งหลาย เพราะกาเฟอีนมีผลต่อความดันโลหิตและระบบย่อยอาหาร
      ควรเลิกพฤติกรรมที่ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นโดยไม่จำเป็น เช่น การขมวดคิ้ว ขยี้ตา เอามือเท้าคาง เป็นต้น หากทำซ้ำๆ จนติดเป็นนิสัยอาจทำให้เกิดริ้วรอยได้ การลดความอ้วนแบบฮวบฮาบก็อาจก่อให้เกิดริ้วรอยได้เช่นกัน เพราะเมื่อชั้นไขมันใต้ผิวหนังหายไปอย่างรวดเร็ว ผิวหนังก็จะเหี่ยวย่น
      เลี่ยงอยู่ท่ามกลางมลภาวะ เช่น ไอเสียถนนที่มีการจราจรติดขัดมากๆ นับเป็นภัยทำลายผิวที่ไม่ควรมองข้ามเพราะก่อให้เกิดมนุมูลอิสระเซลล์ผิวเสื่อมสภาพและเกิดริ้วรอยก่อนวัย ถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยง
      นอกจากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว การปรนนิบัติผิวพรรณอย่างสม่ำเสมอก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยเช่นกัน อย่างการนวดหน้า ควรทำอย่่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตและการทำงานของเซลล์ผิวการขัดหน้าช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก
      ลองปฏิบัติตามนะคะไม่มีคำว่าสายเกินไปค่ะ สำหรับผู้ที่รัีกสวยรักงามอย่างคุณๆ…

 

มี Netbook Review สำหรับคนชอบ Netbook